วิดีโอนี้ถูกลบโดยผู้ใช้.
เราเสียใจที่นี้.
""เบ๊นซ์ &วศิน""ทีมฆ่า ""แท๊กทีม"'ซัด""สาวแจ้""คู่ซี้ ""เปรี้ยว""วางแผน!!ลวงแอ๋ม""ไม่สลดนาทีรวบ"
431 580
118
159
""เบ๊นซ์ &วศิน""ทีมฆ่า ""แท๊กทีม"'ซัด""สาวแจ้""คู่ซี้ ""เปรี้ยว""วางแผน!!ลวงแอ๋ม""ไม่สลดนาทีรวบ"
เผยแพร่เมื่อ 2017.05.31
เกี่ยวกับวิดีโอ
"ตำรวจเปิดเผยถึงแผนสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพ "น้องแอ๋ม" สาวคาราโอเกะ ล่าสุดรวบได้แล้ว 2 ราย เตรียมนำตัวทำแผนจุดฝังศพ 11 โมงวันนี้"
"ตั้งแต่วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งแรงจูงใจในการก่อเหตุไว้ 4 ประเด็น คือ ชู้สาว ความขัดแย้งส่วนตัว ยาเสพติด และฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งจะเห็นว่าได้มีการเรียกสามทอมคนสนิทและญาติ รวมทั้งสามีของผู้ตายมาสอบปากคำกว่า 10 คนเพื่อที่จะหาความเชื่อมโยงว่าแรงจูงใจในการฆ่าผู้ตายในครั้งนี้มาจากสาเหตุเรื่องชู้สาวหรือไม่ แต่จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง หมดไม่พบพิรุธหรือความเกี่ยวข้องที่นำไปสู่การฆ่าเมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเริ่มสืบสวนในประเด็นที่สอง คือ เรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งจากการสืบสวนก็พบว่าผู้ตายเคยมีคามขัดแย้งกับกลุ่มของนางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ "เปรี้ยว" ในเรื่องยาเสพติด เมื่อปี 2559 เจ้าหน้าที่จึงเริ่มสืบหาข้อมูลจนพบเบาะแส ประกอบกับมีสายข่าวรายงงานให้ทราบตั้งแต่วันเกิดเหตุว่ามีประเด็นนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง"

"เมื่อข้อมูลเริ่มชัดเจนว่าสาเหตุในการสังหารโหดในครั้งนี้มาจากความขัดแย้งในเรื่องยาเสพติด ประกอบกับผู้ตายมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย จึงเริ่มหาเบาะแสของคู่ขัดแย้งและผู้ที่ใกล้ชิดกับนางสาวเปรี้ยว กระทั้งทราบในเบื้องต้นว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุ 5 คน คือ นางสาวปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว นายวศิณ นามพรม หรือ วิน นางสาวจิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์หรืออ้อม นางสาวกวิตา ราชเดช หรือเอิน และหญิงสาวอีกหนึ่งคนชื่อเล่นว่า แจ้ (ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง) จึงได้ออกหาเบาะแส ซึ่งทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนี จึงได้ออกหมายจับและจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกติดตามตัวและต่อมาจับกุมตัวได้ 2 คน คือ นายวศิณ นามพรม หรือ วิน นางสาวจิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์หรืออ้อม โดยนายวศิณเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มตั้งแต่จุดที่ผู้ร่วมก่อเหตุพูดคุยกันก่อนก่อเหตุ ไปจนถึงจุดที่หั่นศพของผู้ตายหลังจากควบคุมตัวนายวศิณไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้นำตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 จากการสอบสวน นายวศิณให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุได้นั่งดื่มสุรา และให้การว่าตนเป็นผู้ขับรถยนต์ให้กับผู้ต้องหาคนอื่น โดยไปรับผู้ตายขึ้นรถในช่วง 05.00 น. ของวันที่ 23 พ.ค.2560 และยอมรับว่าเป็นคนขับรถพา 1 ในผู้ต้องหาไปซื้อเลื่อย และอุปกรณ์ในการหั่นและอำพรางศพ ช่วยเพื่อนห่อชิ้นส่วนของผู้ตาย รวมทั้งยกและนำร่างของผู้ตายที่ถูกยัดใส่ถังดำไปขุดหลุมฝังแต่นายวศินให้การว่าไม่ได้เป็นคนร่วมลงมือหั่นร่างของผู้ตาย โดยในช่วงที่นางสาวเปรี้ยวทำการหั่นร่างผู้ตาย นายวศิณ ได้ออกมาสูบบุหรี่อยู่ข้างนอกรีสอร์ทที่ใช้เป็นสถานที่หั่นศพเบื้องต้นทราบว่า หลังจากกลุ่มผู้ก่อเหตุนำร่างของผู้ตายมาที่รีสอร์ท ได้เริ่มหั่นศพในช่วงหลัง 08.00 น. ของวันที่ 23 พ.ค.2560 เพราะต้องไปหาอุปกรณ์ก่อน แต่อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เพราะต้องยึดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เช่น ใครบ้างที่นั่งไปในรถในวันเกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด และหลักฐานอื่นๆ
"

"การสอบสวนนางสาวจิดารัตน์ ให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวน ส่วนจะอยู่ในเหตุการณ์ฆาตกรรมหรือทำลายศพ หรือไม่ ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ นางสาวจิดารัตน์ คงต้องนำพยานหลักฐานและพยานบุคคลมาหักล้างเพื่อยืนยันว่าอยู่ในกรุงเทพและผู้ต้องหาทั้งสามคนนำโทรศัพท์มือถือมาให้เพื่อนำไปขายโดยไม่ได้บอกว่าก่อเหตุฆาตกรรมเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ข้อหาผิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ และข้อหารับของโจร โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์ และผู้ต้องหามีพฤติกรรมการหลบหนีภายหลังสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายคือนายวศิน และ นางสาวจิดารัตน์ แล้วเสร็จเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เพื่อส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยมีรายงานว่า จะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดฝั่งศพของผู้ตาย บริเวณบ้านโนนสง่า ต.บลคำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ในเวลา 11.00 น.ของวันนี้ (31 พ.ค.2560)"
ช่อง